หน้าแรก ข่าวการเมือง จ่อฟ้องกลับคนปลุกปั่น แต่งเรื่อง ธนาธร

จ่อฟ้องกลับคนปลุกปั่น แต่งเรื่อง ธนาธร

14
0

จ่อฟ้องกลับคนปลุกปั่น แต่งเรื่อง ธนาธร แจง ปัดแย่งวัคซีนคนแก่ งัดลิงก์ข่าวโชว์

 จ่อฟ้องกลับคนปลุกปั่น แต่งเรื่อง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แจงแล้ว ปฏิเสธแย่งวัคซีนคนแก่ หรือด้อยค่าวัคซีน งัดลิงก์ข่าวโชว์ยังชวนคนไปฉีด แค่ตำหนิรัฐบาลที่ผิดพลาดเรื่องแทงม้าตัวเดียว เตรียมใช้สิทธิฟ้องดำเนินคดีกลับ


วันที่ 11 ม.ค. 2565 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจ้ง กรณีการรับวัคซีนของตนเอง และการที่รัฐล้วงข้อมูลของประชาชนมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ว่า ผมพยายามอดทนอดกลั้นมาตลอดกับความพยายามที่จะใส่ร้ายป้ายสี ทำลายความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของผม โดยคนกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนเครือข่ายเผด็จการอนุรักษ์นิยม

ข่าวแนะนำ
“โอมิครอน” กระจายแล้ว 71 จังหวัด หวั่นปลาย ม.ค.ติดเชื้อพุ่งกว่า 2 หมื่น
รพ.ศิริราช เปิดจองฉีดวัคซีน “ไฟเซอร์” เข็ม 1, 2 และ 3 สำหรับเดือนกุมภาพันธ์
โควิดวันนี้ 10 ม.ค. 65 ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังสูง เสียชีวิต 13 ศพ
คนกลุ่มนี้ปลุกปั้น แต่งเรื่องไม่จริง พูดซ้ำๆ ทุกวัน เพื่อให้ชื่อเสียงผมเสียหาย เพื่อให้ประชาชนเกลียดชังผม ถึงวันนี้มีคนจำนวนหนึ่งเข้าใจผมผิดเพราะการกระทำของคนกลุ่มนี้

ตัวอย่างก่อนหน้านี้ เช่น การที่ผมเดินทางไปแข่งขันกีฬาและเดินทางไปพักผ่อนพร้อมครอบครัวที่ต่างประเทศ คนกลุ่มนี้ก็สร้างข่าวให้ประชาชนเข้าใจผิดอย่างน่าเกลียด พร้อมทั้งร่วมมือกับรัฐเผด็จการ ส่งเจ้าหน้าที่รัฐไปถ่ายรูปผมและครอบครัวที่สนามบิน และนำภาพถ่ายในกระบวนการตรวจคนเข้า/ออกประเทศ มาเผยแพร่ในที่สาธารณะ ข่าวที่พวกเขาสร้างทำนองว่าผมวางแผนให้กลุ่มนักศึกษาเยาวชน เคลื่อนไหววุ่นวายในประเทศ ขณะที่ตนเองแอบหนีไปต่างประเทศเงียบๆ

แน่นอนว่าทั้งหมดไม่เป็นความจริง การวางแผนแข่งกีฬากับทีมของผม และการวางแผนพักผ่อนกับครอบครัวนั้น วางแผนกันล่วงหน้าหลายเดือน และไม่ได้ปกปิดใคร เพื่อนฝูงและคนใกล้ชิดก็รู้แผนการเดินทางของผมทั้งหมด และผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการวางแผน/ออกแบบ/กำหนดวัน ในการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนใดๆ ทั้งสิ้น

ในครั้งนี้ พวกเขากล่าวหาว่าผมแย่งวัคซีนคนแก่ กล่าวหาว่าผมด้อยค่าวัคซีนแต่กลับไปฉีดเสียเอง นำหลักฐานผิดฝาผิดตัว มาผูกเรื่องราวให้ประชาชนเข้าใจว่าผมใช้อำนาจบาตรใหญ่แซงคิวประชาชน พวกเขาร่วมมือกับรัฐบาลเผด็จการ นำข้อมูลส่วนบุคคลของผม ออกมาเปิดเผยในที่สาธารณะเพื่อสร้างเรื่องหลอกลวงเหล่านี้

แน่นอน เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง ผมตระหนักดีถึงสถานะของตนเอง พยายามครองตนให้เหมาะสม และระมัดระวังตัวเองอยู่เสมอไม่ให้มีการใช้ความเป็นบุคคลสาธารณะของตนเองเพื่อได้มาซึ่งสิทธิพิเศษ

หากไม่เสพข่าวจากคนกลุ่มนี้เพียงด้านเดียว หาข้อมูลสาธารณะเพียงเล็กน้อย ย่อมจะเห็นว่าข้อกล่าวหาของคนกลุ่มนี้ไม่เป็นความจริงเลย มีการเปิดให้คนทั่วไปฉีดวัคซีนได้ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนแล้ว

คนจำนวนมากที่ไม่ใช่ผู้สูงอายุและผู้ป่วยมีโรคประจำตัว รวมทั้งคนหนุ่มสาวในวัยทำงาน ได้ฉีดวัคซีน AZ แล้วเป็นจำนวนมาก ทั้งในกรุงเทพ สมุทรปราการ และจังหวัดสีแดง คนที่ได้ฉีดวัคซีน AZ ในเดือนกรกฎาคมไม่ได้แย่งคนแก่ฉีดแน่ๆ

ที่ผมฉีดที่สมุทรปราการเพราะใกล้บ้าน บ้านผมอยู่รอยต่อระหว่างกรุงเทพและสมุทรปราการ ข้ามถนนหน้าบ้านก็ข้ามจังหวัดแล้ว คนเดินทางข้ามเขตจังหวัดตลอดเวลาเหมือนเป็นพื้นที่เดียวกัน ไม่มีข้อกฎหมายห้ามไม่ให้คนฉีดนอกจังหวัดที่ตนเองมีทะเบียนบ้านอยู่

ที่ผมไปฉีดตอนหัวค่ำเพราะเป็นวัคซีนเหลือของวัน ซึ่งทางโรงพยาบาลต้องโทรหาคนที่แจ้งความประสงค์ฉีดวัคซีนไว้ ให้ไปฉีด เพื่อไม่ต้องทิ้งวัคซีนที่มีค่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ซึ่งผมไม่รู้จัก และไม่เคยคุยกันมาก่อน ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เองว่ากระบวนการทุกอย่างเป็นไปตามปกติ

ผมวิพากษ์การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลที่ผิดพลาดโดยเฉพาะการแทงม้าตัวเดียว ผมไม่เคยเชิญชวนให้คนไม่ฉีดวัคซีน กลับกัน ผมยังชวนให้คนไปฉีดวัคซีน เพื่อปกป้องตัวเองและส่วนรวม

อย่างที่กล่าวข้างต้น ว่าผมพยายามอดทนอดกลั้นกับการกระทำของคนกลุ่มนี้ ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ถึงแม้ผมจะโดนตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ผมก็ตั้งใจว่าจะทำในสิ่งที่ผมพอจะทำได้ คือการทำงานการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า, การรณรงค์ประเด็นสาธารณะที่สำคัญ และการทำงานความคิดประชาธิปไตยกับคนทุกกลุ่ม เพื่อสร้างสังคมที่ผมและเพื่อนหวังจะเห็น

แต่การกระทำที่น่ารังเกียจของคนกลุ่มนี้ และการร่วมสนับสนุนโดยไอโอของรัฐบาล กองทัพและบางพรรคการเมือง ที่รังแต่จะสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน ไม่ได้ทำร้ายผมคนเดียว ไม่ใช่ผมคนเดียวที่โดนทำลายจากคนกลุ่มนี้ ยังมีนักประชาธิปไตยและนักสิทธิมนุษยชนอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกคนกลุ่มนี้ทำลายชื่อเสียง

“ดังนั้นผมจึงขอใช้สิทธิดำเนินการฟ้องคดีตามกฎหมายต่อคนกลุ่มนี้ และต่อองค์กรรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องไม่ให้รัฐนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนเองถืออยู่ในมือมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน รวมถึงทำลายผู้ที่เห็นต่างกับรัฐอีกต่อไป

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มอบให้ผมจากมิตรสหายและผู้สนับสนุนในสองสามวันมานี้ สิ่งต่างๆ นี้ ทำให้พวกเรามีพลังในการทำงานต่อไป ขอให้ทุกท่านที่อ่านข้อความนี้ ช่วยกดแบ่งปันให้ข้อความของผมเข้าถึงคนหมู่มากได้ เพื่อให้พวกเขารับข้อมูลทั้งสองด้าน และที่สำคัญกว่านั้น คือเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของการที่รัฐใช้ข้อมูลส่วนตัวของพวกเรามาเป็นเครื่องมือทางการเมืองรับใช้ผู้มีอำนาจ”

อ่านข่าวเพิ่มเติม >>> thennew.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here