หน้าแรก ข่าวกีฬา นักเตะกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล ลุ้น 4 แชมป์

นักเตะกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล ลุ้น 4 แชมป์

27
0
นักเตะกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล ลุ้น 4 แชมป์ เ

นักเตะกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล ลุ้น 4 แชมป์

นักเตะกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล ลุ้น 4 แชมป์

นักเตะกำลังสำคัญพา ลิเวอร์พูล ลุ้น 4 แชมป์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล ถูกกาชื่อออกจากกลุ่มลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากเจอมรสุมอาการบาดเจ็บของผู้เล่นเป็นจำนวนมาก และทำได้เพียงคว้าอันดับ 3 ซึ่งเพียงพอต่อการคว้าตั๋วไปเล่นใน ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เท่านั้น

แต่ในปีนี้ ลิเวอร์พูล กลับมาได้อย่างแข็งแกร่ง และในตอนนี้ ทีมหงส์แดง มีลุ้นแชมป์ถึง 4 รายการภายในปีเดียว ซึ่งหากทำได้จะเป็นทีมแรกในเกาะอังกฤษที่คว้า 4 แชมป์ในปีเดียว ซึ่ง ลิเวอร์พูล สามารถคว้าถ้วยรายการแรกของปีอย่าง “คาราบาว คัพ” มาตุนรอแล้วหนึ่งรายการ

สาเหตุที่ ลิเวอร์พูล กลับมาได้อย่างยอดเยี่ยมนั้น นั่นเป็นเพราะการที่ตัวผู้เล่นหลักไม่มีอาการบาดเจ็บให้มากังวลใจเหมือนปีก่อน การเสริมทัพที่เข้าเป้า ความยอดเยี่ยมของ เจอร์เก้น คลอปป์ และที่สำคัญ นักเตะทุกคนของ ลิเวอร์พูล ท็อปฟอร์ม สุดๆ

จากนักเตะทั้งหมด มีนักเตะหลายคนของ ลิเวอร์พูล ที่โดดเด่นกว่าใคร มาดูกันว่า ใครที่เป็นกำลังสำคัญของ ลิเวอร์พูล พาลุ้น 4 แชมป์หนแรกในประวัติศาสตร์

อลีสซง เบ็คเกอร์

อลีสซง เบ็คเกอร์ คือ ผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริงและเป็นคนที่คอยช่วยเกมรับให้ลิเวอร์พูลอยู่ในขณะนี้และสำคัญต่อการลุ้นแชมป์อีกด้วย

ลิเวอร์พูล เสียไปเพียง 22 ประตู จากการลงเล่น 32 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ เป็นอันดับ 2 รองจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้

สาเหตุ มาจากการทีมมีระบบการเล่นรับที่ดีอยู่แล้ว แต่ปฏิเสธไม่ได้ ความเหนียวของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่เก็บได้ถึง 18 คลีนชีต จากการลงเล่น 30 นัด ก็ช่วยลิเวอร์พูลได้ไม่น้อย โดยเฉพาะจังหวะสำคัญๆ อย่างจังหวะดวล 1 ต่อ 1 กับกองหน้าฝั่งตรงข้าม

จากสถิติ หากไม่มี อลีสซง เบ็คเกอร์ ลิเวอร์พูล อาจจะเสียประตูเพิ่มถึง 15 ประตู ซึ่ง ลิเวอร์พูล อาจไม่ได้อยู่ในตำแหน่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและรายการอื่นเเล้วก็ได้

เวอร์จิล ฟาน ไดค์
ในฤดูกาลที่แล้ว การขาดหายของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ไปเกือบทั้งฤดูกาลที่แล้ว ส่งผลอย่างมากต่อเกมรับของลิเวอร์พูล

นอกจากนั้น กองหลังตัวอื่นก็พากันบาดเจ็บ ทำให้ ในช่วงหนึ่ง เจอร์เก้น คลอปป์ ไม่มีกองหลังให้ใช้งานแม้แต่คนเดียว จนต้องนำกองกลาง อย่าง ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปเล่น

โดยเจอร์เกน คลอปป์ ต้องเปลี่ยนหน้าคู่เซนเตอร์มากกว่า 16 คู่ ในฤดูกาลที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ เมื่อ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กลับมา เกมส์รับของ ลิเวอร์พูลก็กลับมาแน่นปึ้ก เหมือนเคย

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ พลาดการลงเล่นในพรีเมียร์ลีก ไปเพียง 2 นัดเท่านั้น และเก็บไปถึง 19 คลีนชีต

และไม่ว่า เวอร์จิล ฟาน ไดค์ จะจับคู่กับ โจเอล มาติป ที่ปีนี้กลับมาด้วยฟอร์มยอดเยี่ยมและไม่มีอาการเจ็บเลย

หรือจับคู่กับ อิบราฮิมา โคนาเต้ ที่ซื้อมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ด้วยค่าตัวราคา 30.5 ล้านปอนด์

เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็ยังคงเป็นผู้นำในเกมรับ ที่ ลิเวอร์พูล ขาดไม่ได้เลย

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ถือว่าพาตัวเองไปอีกระดับแล้วสำหรับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ราชาอียิปต์ของเหล่า เดอะ ค็อป
หลังทำผลงานได้อย่างสุดยอดในฤดูกาลนี้ โดยยิงไปแล้ว 22 ประตูในฤดูกาลนี้

นอกจากนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลคนแรกที่ทำประตูได้ 10 เกมติดต่อกัน ซึ่งเป็นวันที่ยิงแฮตทริกใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเดือนตุลาคมปีก่อน

หรือ ล่าสุดการยิง 2 ประตู ใส่คู่อริในศึกแดงเดือด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะไปได้ 4-0 และขึ้นสู่จ่าฝูง “พรีเมียร์ลีก” ชั่วคราว

โดยประตูที่ยิงใส่ “ปิศาจแดง” นั้น เป็นการทำประตูแบบโอเพ่นเพลย์ครั้งแรก ในรอบ 2 เดือน ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลังไม่ได้ทำประตูจากในการเล่น โอเพ่นเพลย์ เลย นับตั้งแต่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นอริช เมื่อ 19 กุมภาพันธ์

เป็นอันตอกกลับและหักล้างคำวิจารณ์ว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มตกในช่วงนี้

ซึ่งก็เป็นการพิสูจน์สิ่งที่ เจอร์เก้น คลอปป์ คิดและได้ออกมาบอกก่อนหน้านี้ว่า ไม่มีอะไรต้องกังวลกับฟอร์มการเล่นของ ซาลาห์ และเขาก็ยังเชื่อมั่นในตัวนักเตะและส่ง โม ซาลาห์ ลงสนามอย่างต่อเนื่องและได้ผลลัพธ์ตามที่หวังไว้ในที่สุด

แม้หนทางในการคว้าแชมป์ทั้ง 4 รายการ จะไม่ง่ายนัก แต่ตราบใดที่ ลิเวอร์พูล ยังอยู่ในเส้นทาง และด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมบวกกับความมั่นใจของนักเตะที่ตอนนี้พุ่งสู่เพดาน ก็น่าลุ้น จริงมั้ยล่ะครับ

ติดตามข่าวกีฬาที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ : thennew.com

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here